ดูดไขมันเจ็บไหม เจ็บแค่ไหน

Surgery Painful

เรื่องความเจ็บของดูดไขมันเป็นสิ่งที่พูดยาก มีหลายความเห็นจนสร้างความกังวล บางคนเจ็บมาก บางคนเจ็บน้อย บางคนทนไหว บางคนกลัวจนไม่กล้าลอง แตกแยกกันเป็นหลายขั้ว

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงคำตอบ มาดูบางคอมเมนต์กัน

เจ็บค่ะ ตอนทำไม่เจ็บเพราะฉีดยาชา
แต่หลังยาหมดฤทธิ์แล้วเจ็บมาก
กว่ารอยช้ำจะหาย ตอนนั่นเราดูดต้นขาค่ะ ราคา6หมื่นบาทต่อจุด ย้ำว่าต่อจุด!!!
ถามว่าได้ผลไหม ตอบเลยว่าไม่ได้ค่ะ เราทำมาทั้งเวเซอร์ เลเซอร์!!
เราทำเลเซอร์กับคุณหมอที่เป็นแฟนคุณป็อป อารียาค่ะ
จาก Pantip
“ถามว่าเจ็บมากขนาดไหน? น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนอยากรู้ บอกก่อนว่าตอนแรกโบก็เข้าใจว่าต้องเจ็บมาก ต้องสาหัส ต้องทนไม่ได้ ต้องเหมือนโดนรุมซ้อม เหมือนโดนรถชนอย่างที่เพื่อนๆ ขู่มาตลอด แต่พอเรามาลองด้วยตัวเอง มันเป็นความรู้สึกที่ทนได้ เหมือนกับเวลาที่เราออกกำลังกายหนักๆ แล้วเจ็บกล้ามเนื้อเท่านั้นเองค่ะ”
โบ ไทรอั้ม คิงดอม Thairath (ข่าว PR)
ของเราเอาออกมาได้ 2800 กรัมค่ะ
ตอนทำวางยาสลบค่ะ เราอายุมากแล้ว เดือนแรกต้องรัดบริเวณที่ทำใว้
น้ำหนักไม่ลดค่ะ แต่เดือนที่สองน้ำหนักเริ่มลด 1 กิโลกรัม ต้นขาเล็กลงทันตาค่ะ พุง เอว เอาออกได้นิดเดียวค่ะ
ต้นแขน ไหล่ด้านหลังเชื่อมต่อต้นแขน ลงนิดหน่อย จะหายบวม น่าจะอยู่ที่ 4 เดือนค่ะ
จาก Pantip

ความเห็นค่อนข้างสวนทางกันหลายที่ เพราะหมอมีหลายคน วิธีการก็ต่างกันไป มาฟังคำตอบจากคนที่เคยใกล้ชิดคนที่ดูดไขมันเสร็จ และเคยดูดมาก่อนกันบ้าง

เจ็บจริง แต่ทนได้

การใช้ยาสลบอย่างเดียว ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เพราะทำให้เจ็บมากหลังดูดเสร็จ ไม่มีผลจากยาชาช่วยลดความเจ็บปวดลง อันนี้เจ็บจริง ใครคิดว่าหลับดีกว่า ตื่นมาผอมเลย มีบ่นกันทุกคน ทางที่ดีเลือกใช้แค่ยาชาดีกว่า

การดูดไขมันด้วยยาชา ส่วนใหญ่จะลดความเจ็บปวดไปได้มากจนไม่รู้สึกอะไรเลยหลังฉีดเสร็จ (แต่ตอนฉีดก็เจ็บนะ)

หลังยาชาหมดผลในไม่กี่ชั่วโมงหลังที่ดูดเสร็จ ถ้าเตรียมใจไว้ ทนได้แทบทุกคน อีกทั้งมียาลดความปวดในช่วงเวลาหนึ่ง และความเจ็บปวดจะหายไปภายในไม่กี่วัน

ภาพในคลิปบน ตอนดูดอาจน่าหวาดเสียวไปบ้าง แต่ถ้าไม่มองตอนที่เข็มกำลังทำงาน ก็จะไม่รู้สึกอะไรเลย

เลือกแพทย์และคลินิกมีผลมาก

เหตุผลที่บางคนไม่เจ็บตอนดูดไขมัน เพราะ “อยู่ที่การเลือกคลินิกที่จะทำเป็นหลัก” ซึ่งทุกอย่างจะส่งผลต่อการศัลยกรรมโดยตรง

  • เครื่องมือที่ดีจะทำให้การทำงานของแพทย์ง่ายขึ้น ใช้แรงน้อยลง ส่งผลดีต่อผู้เข้ารับการรักษา
  • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือดีจะสามารถทำการดูดไขมันได้อย่างนุ่มนวล ปลอดภัย ทำให้อาการบาดเจ็บหลังการศัลยกรรมจะลดไปมาก
  • เลือกใช้ยาชา จะเจ็บแค่ช่วงฉีดยา แต่จะไม่รู้สึกระหว่างและช่วงหลังทำเสร็จ เดินกลับสบาย ต่างจากยาสลบที่ความเจ็บยังหลงเหลืออยู่ในช่วงที่ได้สติ

การดูดไขมัน จึงไม่ใช่เรื่องของราคาเป็นหลัก การที่ราคาถูก อาจเป็นเรื่องที่ดีในช่วงก่อนทำ แต่หลังทำเสร็จแล้ว เห็นผลลัพธ์และสัมผัสกับอาการเจ็บปวดแล้ว อาจกลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพงขึ้นจนผิดหูผิดตา เผลอๆ ต้องไปเสียเงินเพิ่มเพื่อแก้ไขส่วนที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเคสแก้ไขมีพบเห็นบ่อยครั้ง แม้จะไม่ได้ตกเป็นข่าวใหญ่โต เพราะลูกค้าไม่อยากเสียหน้าบนสังคมโซเชียล

ประเภทของเครื่องมือดูดไขมันก็มีผลไม่น้อย อย่าง Vaser ใช้ความร้อนสูงกว่าอุปกรณ์ดูดไขมันแบบอื่น มีโอกาสเกิดการไหม้ได้ จนสร้างความเจ็บปวดหลังยาชาหมดฤทธิ์ ส่วน Water Jet ถึงมีจุดดีที่เอาไขมันมาเติมจุดอื่นได้ แต่ผลลัพธ์ไม่ค่อยสวย รวมทั้งพวกเครื่องมือใหม่ที่ตั้งชื่อแบบไฮโซ แต่หิ้วมาจากจีนหรือเกาหลี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์ด้วย เพราะบางคนถนัดใช้พวก Vaser และ Water Jet จนชำนาญ

ทำไมไม่ใช้เทคโนโลยีใหม่ ?

การดูดไขมันปัจจุบันเแบ่งเป็นสองสายใหญ่ๆ คือ

  1. ดูดไขมันแบบเดิม (Tumescent Liposuction) ที่ทำให้ไขมันดูดง่ายขึ้นแล้วเอาออกมาซึ่งพบเห็นกันทั้งในไทยและต่างประเทศ
  2. ดูดไขมันภายนอก (Non-invasive Liposuction) คือ ใช้คลื่น หรือ ความเย็น ผ่านผิวหนัง เข้าไปทำลายไขมันโดยตรง เซลล์ตายและสลายไปในภายหลัง มีหลายวิธีที่พัฒนาขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่าง Ultrasound, Laser, Radiofrequency, Cryolipolysis (CoolSculpting)

ตอบแบบสั้นๆ เทคโนโลยีใหม่แม้จะไม่เจ็บ แต่ยังไม่ตอบโจทย์มากนัก ส่วนใหญ่เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่แบบดูดไขมันพุง หน้าท้องมากกว่า ส่วนอื่นไม่ค่อยเห็นผลดีนัก และผลลัพธ์ไม่ค่อยสวยแบบที่ต้องการ อีกทั้งอาจทำให้เซลล์ไขมันบีบตัวแน่น แต่ไม่ได้มีผลลดไขมันตามสรรพคุณที่เคลมไว้ เพราะไขมันไม่ได้ไหลออกมาจากร่างกายแบบดูดไขมันดั้งเดิม (อาจตายไปบางส่วน แต่บางส่วนบีบตัว)

การดูดไขมันแบบไม่เจาะเข้าร่างกายเลย ใช้วิธีสลายไขมันด้วยความเย็นหรือความร้อน อาจเจ็บที่บริเวณผิวหนังได้ และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ผลมากเท่าที่ต้องการ  แล้วยังทำให้เกิดการบีบตัวของไขมันจนแน่นขึ้น ยากที่จะกลับมาดูดไขมันด้วยวิธีอื่นๆ ในภายหลัง

จนถึงปี 2020 การดูดไขมันที่ผู้หญิงต้องการ ยังคงต้องใช้เข็มแทงเข้าไปที่ร่างกายอยู่ดี เพื่อให้ออกมาสวย ถ้าเน้นเรื่องปริมาณไขมันที่ดูดออก เพื่อลดน้ำหนักและเจ็บน้อยๆ อาจเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ แต่กรณีที่คาดหวังเรื่องความสวยงาม ยังไม่ดีพอ

สรุป

  • เจ็บบ้าง แต่ไม่ถึงกับเจ็บจนทนไม่ได้
  • โดยผู้หญิงมักจะทนความเจ็บปวดได้ดีกว่าผู้ชาย (น้อยกว่าคลอดลูกแน่นอน) เลือกดูดไขมันแบบดั้งเดิมเพื่อความเรียวสวย กระชับผิวพรรณให้เข้ารูป
  • ผู้ชายส่วนใหญ่จะทนความเจ็บได้น้อยกว่าผู้หญิง จึงเลือกดูดไขมันแบบไม่ต้องเจาะมากกว่า เพื่อลดน้ำหนักส่วนพุง