ดูดไขมัน ลดน้ำหนักได้มากแค่ไหน ?

“ดูดไขมันเพื่อลดน้ำหนัก” เป็นหนึ่งในเรื่องที่เข้าใจผิดกันบ่อยครั้ง กลายเป็นคีย์เวิร์ดหลักที่นำมาใช้ในการลงโฆษณา ว่าสามารถทำให้ผอมลงได้จริง ล่อให้คนร่างใหญ่สนใจ ได้กลุ่มเป้าหมายคนอยากลดความอ้วนซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยยุคนี้ ที่สัดส่วนคนพบโรคอ้วนเริ่มมากขึ้นทุกปี บางคนถึงควบคุมอาหารดี ออกกำลังกายบ่อย แต่อวบๆ จนต้องการลดไขมัน ก็คิดเป็นสัดส่วนที่สูงในบ้านเรา

ในความเป็นจริงการดูดไขมันไม่ได้ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างที่ต้องการ แม้ว่าจะอ้างว่าให้ใช้ยาสลบดูดทั้งตัว นอนค้างคืนในโรงพยาบาลเป็นวันก็ตาม ผลลัพธ์ที่ตามมากลับเป็นความเจ็บตัวจนไม่กล้าบอกคนอื่น

อย่างไรก็ตาม ถึงไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่ในทางอ้อมยังคงเป็นไปได้จริง ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ดูดไขมันสามารถลดน้ำหนักได้มากน้อยแค่ไหน ควรจะทำศัลยกรรมหรือไม่ และข้อเท็จจริงที่ควรทราบกัน

ดูดไขมันได้แค่ไหน ?

ดูดไขมัน ลดน้ำหนักได้มากแค่ไหน ? 1

ตามไกด์ไลน์ที่ใช้มาหลายปีในฝั่งอเมริกา ปริมาณไขมันที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 3.5 ลิตร ถึง 5 ลิตร ต่อวัน โดยไม่ขึ้นกับดัชนีมวลกายของคนไข้ และจำนวนจุดที่ดูด ซึ่งทำให้น้ำหนักอาจลดได้ถึงเกือบ 5 กิโลกรัมในการดูดไขมันวันเดียว

  • ไขมันในมนุษย์ 1 ลิตร หนักประมาณ 9 ขีด ตามความหนาแน่นของมวลไขมันในร่างกาย
  • เคยมีบางรัฐในสหรัฐอเมริกา กำหนดกฎหมายห้ามดูดไขมันเกิน 4 ลิตร แต่ไม่ได้เป็นข้อบังคับใช้ในประเทศอื่น

อย่างไรก็ตาม เป็นเพียงคำแนะนำ ไม่ได้เป็นข้อบังคับ การดูดเกินกำหนดสามารถทำได้ ทำให้บางคลินิกดูดไขมัน 7-10 ลิตรอัพก็มีให้เห็น น้ำหนักลดเกิน 10 ลิตรก็มี ขึ้นกับขนาดร่างกายของคนไข้ อีกทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์มีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้อันตรายจากการดูดไขมันลดลงจากสมัยก่อน

น้ำหนักลดได้ขนาดไหน ?

ไขมัน มีน้ำหนักเบามากเมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อและกระดูกน้ำหนัก

การดูดไขมัน อาจลดลง 1-3 กิโลกรัม ซึ่งเหมือนเป็นตัวเลขที่เยอะ แต่ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี หลังจากรับประทานอาหาร 2-3 มื้อ โดยไม่ระวัง น้ำหนักอาจดีดจะกลับมาเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม

ปัญหาจากไขมันสะสมหายเร็วเกินไป

ความจริง เรื่องปริมาณไขมันที่ไหลออกมา ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอวดนัก เพราะแพทย์สามารถดูดไขมันให้ออกมาเกือบทั้งตัวก็ทำได้ แต่มีความเสี่ยงทำให้ไม่อยากให้คนไข้ลำบากภายหลัง การสูญเสียไขมัน มีผลข้างเคียงตามมาหลายอย่าง

ถึงจะไม่จำกัดซีซี ในการเอาไขมันออก แต่คลินิกส่วนใหญ่จะไม่เน้นปริมาณ เพราะผลลัพธ์หลังทำอาจออกมาไม่สวยงาม ซึ่งผิดวัตถุประสงค์หลักในการดูดไขมัน

ผลเสียจากการดูดไขมันมากเกินไป

  • เสียของเหลวในร่างกายจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ไขมัน แต่มีพวกเลือดปนออกมาบางส่วนเสมอ
  • การดูดไขมันวันเดียว จะต้องยาชาผสมน้ำเกลือใช้ปริมาณมาก มีความเสี่ยงน้ำท่วมปอด
  • โพรงไขมันใต้ผิวหนังที่ลดลงในเวลาสั้นๆ อาจมีริ้ว คลื่น เกิดขึ้นได้

เซลล์ไขมันหายไป แต่เพิ่มขึ้นได้

การดูดไขมันเอาเซลล์ไขมันออกจากร่างกายไป ซึ่งบางคลินิกอาจเคลมว่าไม่มีวันกลับมาอีกเลยในบริเวณนั้น อย่างเอาห่วงยางรอบเอวออกแล้ว จะมีเอวได้อย่างถาวร ไขมันจะไปเพิ่มส่วนอื่นแทนเวลาที่ทานเยอะๆ

ประโยคข้างต้น มีความเป็นจริงส่วนหนึ่งเพราะถ้ากินอาหารเท่าเดิม และหมั่นออกกำลังกาย โอกาสที่จะกลับมาอ้วน เป็นเรื่องยาก และมีความเป็นไปได้ที่ไขมันจะไปเพิ่มส่วนอื่นก่อน แต่ไม่ถึงกับว่าอ้วนไม่ได้ เพราะไขมันสามารถเพิ่มปริมาณได้ตามอาหารที่ทาน แล้วยังเพิ่มทั้งตัวในสัดส่วนที่ต่างกันไปตามเพศและอายุ

ไม่อ้วนง่าย ผลลัพธ์ถาวร

เป็นความเชื่อผิดๆ อย่างหนึ่ง ที่ว่าหลังน้ำหนักลดไปแล้ว จะทำให้เกิดความอยากอาหาร จนกลับมาอ้วนง่ายขึ้น ซึ่งคนที่เจอปัญหานี้ มาจากความรู้สึกของตัวเองที่กระตุ้นความอยากหลังผอมลง ไม่ได้เป็นกลไกของร่างกายที่มาจากฮอร์โมน หรือ ระบบไหลเวียนโลหิต

ดังนั้น ถ้าน้ำหนักคงที่มาหลายปี ไม่ต้องกังวลว่าจะอ้วนง่ายขึ้นหลังศัลยกรรม แค่คุมอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะคงอยู่ยาวนาน

หุ่นแบบไหนถึงจะเหมาะกับการดูดไขมัน

ถ้าอยากลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ การดูดไขมันคงช่วยไม่ได้มาก ไขมันหน้าท้องก็ยุบได้แค่จำกัด ถ้ามีไขมันในช่องท้องมาก จะดูดออกจนพุงยุบได้ยาก

แต่ถ้าอวบนิดๆ ต้องการดูดแบบเร่งด่วน การดูดไขมันช่วยได้แน่นอน เช่น

  • อยากลดสัดส่วนตัวเอง เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เหมือนคนใหม่
  • ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ ไม่อยากเผยส่วนเกิน
  • อยากใส่ชุดเดรสสวยๆ ได้ทันก่อนออกงานสำคัญ
  • มีงานถ่ายแบบ โชว์ตัว ขึ้นพูดบนงาน ออกสื่อถ่ายรูป
  • กำลังจะไปสมัครงาน ที่ต้องหุ่นดี
  • ใส่ชุดเจ้าสาวเปิดแขน ให้ทันงานแต่ง
  • อื่นๆ

ควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อย่าเชื่อพวกเน้นเอาปริมาณไขมันที่ออกมาอวดจะดีกว่า